เดิมทีอังกะลุงเป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองของชวา (อินโดนีเซีย) ราวปี พ.ศ.2451 หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ได้นำเข้ามาปรับปรุงรูปร่าง และวิธีการบรรเลงขึ้นเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากของชวา อีกทั้งยังประพันธ์เพลงขึ้นมาใหม่เพื่อให้บรรเลงโอยอังกะลุงโดยเฉพาะ เช่น โหมโรงปฐมดุสิต บูเซ็นซอร์ค สมารัง กะหรัดรายา เป็นต้น
วันจันทร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566
อังกะลุง
เดิมทีอังกะลุงเป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองของชวา (อินโดนีเซีย) ราวปี พ.ศ.2451 หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ได้นำเข้ามาปรับปรุงรูปร่าง และวิธีการบรรเลงขึ้นเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากของชวา อีกทั้งยังประพันธ์เพลงขึ้นมาใหม่เพื่อให้บรรเลงโอยอังกะลุงโดยเฉพาะ เช่น โหมโรงปฐมดุสิต บูเซ็นซอร์ค สมารัง กะหรัดรายา เป็นต้น
โทน
โทนชาตรีนั้น ตัวโทนทำด้วยไม้ขนุน ไม้สัก หรือ ไม้กะท้อนมีขนาดปากกว้าง 17 ซม ยาวประมาณ 34 ซม มีสายโยงเร่งเสียงใช้หนังเรียด ตีด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกมือหนึ่งคอยปิดเปิด ปลายหางที่เป็นปากลำโพง ช่วยให้เกิดเสียงต่างๆ ใช้สำหรับ บรรเลงประกอบการแสดงละครชาตรี และหนังตะลุง และตีประกอบจังหวะในวงปี่พาทย์ หรือวงเครื่องสาย หรือวงมโหรีที่เล่นเพลงภาษาเขมร หรือ ตะลุง
ส่วนโทนมโหรีนั้น ตัวโทนทำด้วยดินเผา ด้านที่ขึงหนังโตกว่า โทนชาตรี ขนาดหน้ากว้างประะมาณ 22 ซม ยาวประมาณ 38 ซม สายโยงเร่งเสียงใช้หวายผ่าเหลาเป็นเส้นเล็กหรือใช้ไหมฟั่นเป็นเกลียว ขึ้นหนังด้วยหนังลูกวัว หนังแพะ หนังงูเหลือม หรือหนังงูงวงช้าง ใช้สำหรับบรรเลงคู่กับรำมะนา โดยตีขัดสอดสลับกัน ตามจังหวะหน้าทับ
กลองโมงครุ่ม
กลองโมงครุ่มและการแสดงการละเล่นโมงครุ่มจะหาชมได้น้อยมาก เพราะเป็นการละเล่นในสมัยโบราณ ปัจจุบันได้มีการอนุรักษ์โดยกรมศิลปากร เป็นผู้รักษาวัฒนธรรมการละเล่นโมงครุ่มไว้ให้อยู่คู่เมืองไทยตลอดไป
สว่าเ
สว่าเป็นเครื่องตีประกอบจังหวะที่ทำด้วยโลหะตีแผ่กว้างออกไปเป็นทรงแบนเช่นเดียวกับฉาบในภาคกลาง ลักษณะตอนกลางตีให้โค้งขึ้นมาเป็นหุ่มนูนกลม ทำเป็นกระพุ้งขนาดวางลงในอุ้งมือ 5 นิ้ว ขอบนอกแบราบออกไปโดยรอบ และเจาะรูตรงกลางกระพุ้งไว้ร้อยเชือกหรือหนังสำหรับถือ ปัจจุบันมีใช้อยู่หลายขนาดทั้งฉาบเล็ก และฉาบใหญ่ หรือเป็นขนาดตามที่ผู้สั่งทำต้องการ
สว่า ซึ่งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30-35 ซม. ซึ่งมีผสมวงอยู่ในวงพื้นเมืองล้านนาทุกประเภทโดยเฉพาะอย่างยิ่ง วงกลองประเภทต่างๆ ตีกระทบกันให้เกิดเสียงตามจังหวะที่ต้องการ ส่วนฉาบเล็ก เรียกว่า แส่ มีลักษณะเหมือนฉาบเล็กของทางภาคกลาง มีหน้าที่ตีขัดจังหวะหลอกล่อกับเครื่องคุมจังหวะอื่นๆ มักพบในขบวนแห่โดยทั่วๆ ไป
หมากขอลอ หรือ เกราะ
ในการบรรเลงนั้น จะใช้ไม้แนชิ้นเล็กๆเคาะเพื่อให้เกิดจังหวะ หรือสัญญาณที่ต้องการ
ขิมหลอด
ตัวขิมมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเหมือนขิมแผ่น แต่หน้าขิมใช้ไม้แผ่นบางตีปิดเป็นกล่องเสียงเช่นเดียวกับขิมสาย บริเวณหย่องขิมวางพาดชิ้นไม้ 3 แถว เจาะรูขนาดพอดีกับท่ออลูมิเนียมจำนวน 7 ท่อ ต่อหนึ่งแถว และวางแผ่นฟองย้ำบางๆรองรับท่อ
อลูมิเนียม เพื่อให้เกิดเสียงที่ดังกังวาน
ขิมหลอดนั้นมีระดับเสียงที่แน่นอนไม่จำเป็นที่จะต้องเทียบเสียงอีก ทั้งยังสามารถถอดเปลี่ยนเพื่อให้ได้ระบบเสียงที่หลากหลาย สามารถบรรเลงร่วมกับวงดนตรีสากลได้อย่างสนิทสนม
กลองเพลของภาคอีสาน
ปี่จุม
ปี่จุมเป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านล้านนา ไม่ทราบประวัติความเป็นมาที่ชัดเจน เลาปี่ทำจากลำไม้รวก ปลายด้านหนึ่งบริเวณรูเป่าเจาะทะลุเป็นรูปสี่เหล...
-
จะเข้เป็นเครื่องดนตรีประเภทพิณหรือเครื่องดีดขนาดใหญ่ที่บรรเลงโดยวางวางราบลงบนพื้นเบื้องหน้าผู้บรรเลง ตัวจะเข้นั้นทำจากไม้ขนุนเซาะด...
-
1 .เครื่องดนตรีภาคเหนือ สะล้อ เป็นเครื่องสายบรรเลง ด้วยการสี ใช้คัน ชักอิสระ ตัวสะล้อที่เป็น แหล่งกำเนิดเสียงทำ ด้วยกะลามะพร้าว ซึง ...
-
สะล้อ เป็นเครื่องดนตรีเครื่องสีพื้นเมือง ล้านนา ซึ่งสะล้อมีทั้ง 2 สายและ 3 สาย และเป็นตัวหลักมักนิยมใช้ขึ้นนำเพลงในวงกับเครื่องดนตรีชน...