ฆ้องวงเล็กเป็นเครื่องดนตรีไทยสร้างในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีลักษณะเหมือนกับฆ้องวงใหญ่ แต่ลูกฆ้องมีขนาดเล็กกว่า มีลูกฆ้อง 18 ลูก บรรเลงทำนองรองคล้ายระนาดเอก แต่ตีเก็บถี่กว่าระนาดเอก
ฆ้องวงเล็กใช้วงปี่พาทย์ไม้แข็ง วงปี่พาทย์ไม้นวม วงปี่พาทย์นางหงส์ และวงมโหรี
ฆ้องวงเล็กเป็นเครื่องดนตรีที่ประดิษฐ์ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อให้เข้ากับฆ้องวงใหญ่ มีขนาดเล็กกว่าแต่ มีจำนวนลูกฆ้องมากกว่าโดยมี 18 ลูก ทำหน้าที่ดำเนินทำนองโดยแปรลูกฆ้องออกเป็นทำนองเต็มด้วยการเก็บถี่ ๆ มือละลูกบ้าง มือละหลาย ๆ ลูกบ้าง สะบัด กวาด ขยี้ กรอ ไปตามโอกาสของเพลงและทำหน้าที่สอดแทรก ทำนองในทางเสียงสูง
ฆ้องวงเล็กเป็นเครื่องดนตรีไทยสร้างขึ้นเมื่อรัชกาลที่ 3 กรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีคณาจารย์ทางดุริยางคศิลป คิดประดิษฐ์ฆ้องขึ้นอีกขนาดหนึ่งเหมือนกับฆ้องวงก่อน(15)ทุกอย่าง แต่ขนาดย่อมกว่าเล็กน้อย วัดจากขอบ วงด้านซ้ายมือถึงขอบวงในด้านขวา กว้างประมาณ 80 ซม. จากด้านหน้าไปด้านหลัง 60 ซม. เรือนฆ้องสูง 20 ซม. วงหนึ่งมีจำนวน 18 ลูก ลูกต้นวัดผ่านศูนย์กลางประมาณ 9.5 ซม. ใช้บรรเลงร่วมในวงปี่พาทย์ แต่นั้น มาปี่วงพาทย์ วงหนึ่งๆ จะใช้ฆ้อง 2 วง ก็ได้เรียกฆ้องวงใหญ่แต่เดิมว่า " ฆ้องวงใหญ่ " และฆ้องวงขนาดเล็ก ที่ประดิษญ์สร้างขึ้นใหม่นี้เรียกว่า"ฆ้องวงเล็ก" และฆ้องวงทั้ง 2 วงนี้ นอกจากจะใช้บรรเลง ร่วมในวงปี่ พาทย์แล้ว ต่อมาได้ย่อขนาดสร้างขึ้นให้ย่อมลงอีกและใช้บรรเลงในวงมโหรีด้วย
วิธีการเล่นและการดูแล
การบรรเลงฆ้องวง ผู้เล่นต้องนั่งให้ตรงกลางฆ้องวง วิธีการนั่ง นั่งได้ทั้งพับเพียบหรือขัดสมาธิ การจับไม้ตีฆ้องวงผู้บรรเลงต้องรวบนิ้วกลางนิ้วนางและนิ้วก้อย กำไม้ฆ้องไว้กับฝ่ามือ ใช้นิ้วโป้ง และนิ้วชี้เป็นตัวประคอง ให้นิ้วชี้ชิดกับหัวไม้
การเก็บไม้ตีฆ้อง ควรมีถุงใส่ หรือวางรวมกันไว้บนลูกฆ้อง ไม่ควรวางกับพื้น
การทำความสะอาด ควรใช้ผ้าแห้งหรือผ้าหมาดๆทำความสะอาด
ควรวางฆ้องวงให้ราบกับพื้น ไม่ควรวางหรือตั้งพิงไว้ข้างฝาผนัง เพราะอาจทำให้ฆ้องวงล้มอาจหักได้
การยกฆ้องวง ไม่ควรยกเพียงคนเดียวเนื่องจากเป็นเครื่องตีที่มีน้ำหนักมากและขนาดใหญ่ ควรจะยกฆ้องให้ตั้งฉาก หรือขนานกับพื้น ห้ามกับด้าน
ฆ้องวงเล็กใช้วงปี่พาทย์ไม้แข็ง วงปี่พาทย์ไม้นวม วงปี่พาทย์นางหงส์ และวงมโหรี
ฆ้องวงเล็กเป็นเครื่องดนตรีที่ประดิษฐ์ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อให้เข้ากับฆ้องวงใหญ่ มีขนาดเล็กกว่าแต่ มีจำนวนลูกฆ้องมากกว่าโดยมี 18 ลูก ทำหน้าที่ดำเนินทำนองโดยแปรลูกฆ้องออกเป็นทำนองเต็มด้วยการเก็บถี่ ๆ มือละลูกบ้าง มือละหลาย ๆ ลูกบ้าง สะบัด กวาด ขยี้ กรอ ไปตามโอกาสของเพลงและทำหน้าที่สอดแทรก ทำนองในทางเสียงสูง
ฆ้องวงเล็กเป็นเครื่องดนตรีไทยสร้างขึ้นเมื่อรัชกาลที่ 3 กรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีคณาจารย์ทางดุริยางคศิลป คิดประดิษฐ์ฆ้องขึ้นอีกขนาดหนึ่งเหมือนกับฆ้องวงก่อน(15)ทุกอย่าง แต่ขนาดย่อมกว่าเล็กน้อย วัดจากขอบ วงด้านซ้ายมือถึงขอบวงในด้านขวา กว้างประมาณ 80 ซม. จากด้านหน้าไปด้านหลัง 60 ซม. เรือนฆ้องสูง 20 ซม. วงหนึ่งมีจำนวน 18 ลูก ลูกต้นวัดผ่านศูนย์กลางประมาณ 9.5 ซม. ใช้บรรเลงร่วมในวงปี่พาทย์ แต่นั้น มาปี่วงพาทย์ วงหนึ่งๆ จะใช้ฆ้อง 2 วง ก็ได้เรียกฆ้องวงใหญ่แต่เดิมว่า " ฆ้องวงใหญ่ " และฆ้องวงขนาดเล็ก ที่ประดิษญ์สร้างขึ้นใหม่นี้เรียกว่า"ฆ้องวงเล็ก" และฆ้องวงทั้ง 2 วงนี้ นอกจากจะใช้บรรเลง ร่วมในวงปี่ พาทย์แล้ว ต่อมาได้ย่อขนาดสร้างขึ้นให้ย่อมลงอีกและใช้บรรเลงในวงมโหรีด้วย
วิธีการเล่นและการดูแล
การบรรเลงฆ้องวง ผู้เล่นต้องนั่งให้ตรงกลางฆ้องวง วิธีการนั่ง นั่งได้ทั้งพับเพียบหรือขัดสมาธิ การจับไม้ตีฆ้องวงผู้บรรเลงต้องรวบนิ้วกลางนิ้วนางและนิ้วก้อย กำไม้ฆ้องไว้กับฝ่ามือ ใช้นิ้วโป้ง และนิ้วชี้เป็นตัวประคอง ให้นิ้วชี้ชิดกับหัวไม้
การเก็บไม้ตีฆ้อง ควรมีถุงใส่ หรือวางรวมกันไว้บนลูกฆ้อง ไม่ควรวางกับพื้น
การทำความสะอาด ควรใช้ผ้าแห้งหรือผ้าหมาดๆทำความสะอาด
ควรวางฆ้องวงให้ราบกับพื้น ไม่ควรวางหรือตั้งพิงไว้ข้างฝาผนัง เพราะอาจทำให้ฆ้องวงล้มอาจหักได้
การยกฆ้องวง ไม่ควรยกเพียงคนเดียวเนื่องจากเป็นเครื่องตีที่มีน้ำหนักมากและขนาดใหญ่ ควรจะยกฆ้องให้ตั้งฉาก หรือขนานกับพื้น ห้ามกับด้าน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น